2006/May/21

ดองบล็อคจนจะราขึ้นซะแล้วเรา - - แต่จะบอกว่ายังมีชีวิตอยู่นะทุกคน....

ทั้งๆทีกลับมาทุบไหดองบล็อคไหแรกแตกไปจนได้ แต่ entry ก็กลับไม่มีอะไรมาก...ต้องขอเตือนก่อนว่าไม่มีสาระอื่นใดนอกจากการบ่นงึมงำๆ แขวะโน่นแขวะนี่ตามประสาของข้าพเจ้าอีกแล้ว ไว้รอสาระสร้างสรรค์อื่นๆ ใน entry หลังจากนี้นะเคอะ(รอ entry หน้า ถ้าไม่ยุ่งกะงานพิเศษวันหยุดมากไปจะทำอัลบั้มความแสบของเจ้าล่อน หมาปิศาจของเราสำหรับเพื่อนๆคนรักหมาทั้งหลาย และไม่แน่อาจจะพยายามทุบไหดองฟิคที่ดองข้ามปีซักที)

หลักๆ เป็นเพราะช่วงนี้หมดแรงมากกะการทำงาน อาจจะเป็นด้วยวัยก็ได้มั้ง ขอบ่นเรื่องงานนิดนึงตามประสายายแก่ก็แล้วกัน จะเปิดโหมดปากตะไกร 1.0 แล้วนะขอรับ เพื่อนๆรายใดที่คิดว่าทนการบ่น + ระบายความเครียด + แขวะแบบตั้งใจให้เหวอะหวะไม่ได้ ขอแนะนำข้าม entry นี้ดีกว่า ตอนนี้ที่เซ็งๆ กะงานก็เพราะเหตุผลดังต่อไปนี้แหละ

1.งานที่ทำหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไม่รู้จักกระจายปริมาณงาน งานกระจุกอยู่แต่ที่หน่วยตู ทำไปซิฟะ เข้างาน 7 โมงครึ่ง กลับบ้าน 2 ทุ่มบ้าง 3 ทุ่มบ้างแบบโอทีแค่ไม่เท่าไหร่น่ะ คงจะคุ้มค่ากับคอและหลังที่ทั้งยอกทั้งแอ่น ตาที่แทบจะพลัดออกจากเบ้า กะสุขภาพกายที่มันแย่ลงๆ หรอกนะ หัดปรับผังโครงสร้างงานซะบ้าง คนในหน่วยลาออกไปกี่คนแล้วรู้บ้างรึเปล่า การทำงานที่ทำลาย work/life balance ของพนักงานในองค์กรแบบนี้คิดเหรอว่าจะมีโอกาสได้เป็น Employer of the year ? โอ้ว....ถ้าได้ละก็ แผ่นเจลลดไข้ที่กำลังฮือฮาอยู่ช่วงนี้คงใช้อธิษฐานได้สมปรารถนาทุกอย่าง หรือกินแล้วเป็นยาอายุวัฒนะแหละ

2. สุขภาพใจก็โดนกะเขาด้วย ต้องรองรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆผู้บริหาร ที่ถูกผู้บริหารระดับสูงคนใหม่กดดันมาอีกที กรรมการผู้จัดการใหญ่ที่สนใจแต่ตัวเลขผลกำไร โดยไม่ใส่ใจการพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงาน เสนออะไรที่เป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากรไปไม่เคยใส่ใจ แล้วรับพวกตูมาทำ HR strategy ไปทำซากอะไร พูดเองไม่ใช่เหรอของดีที่ถูกหรือฟรีไม่มี อยากได้ของดีต้องยอมลงทุน คาดหวังกะลุกค้าตอนซื้อบริการแบบนี้นี่นา แต่พอเรื่องที่ตัวเองต้องลงทุนบ้าง อย่างบุคลากรที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร จะเอาแต่แบบจ้างถูกๆ เร็วๆ แต่ทำงานได้แบบทาสี ทาสา แถมเรื่องผลตอบแทนทั้งตัวเงิน และเรื่องของการพัฒนาความรู้ก็แทบไม่ใส่ใจ แล้วดันมาบ่นว่าฝ่ายตูทำงานช้าห่วยแตกทำไมบริษัทคู่แข่งแย่งคนเก่งๆไปหมด ก็คนเก่งๆ ที่ตัวเลือกเยอะๆ ใครมันจะไปมาล่ะยะ มีอะไรดึงดูดใจเขาได้มั่งบอกเองไม่ใช่รึไง ของดีที่ถูกไม่มีในโลก อันนี้หมายถึงทรัพยากรบุคคลด้วยนะเว้ยยย!!! อัลไซเมอร์รึไงท่าน ตั้งแต่เปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงมาเป็นรายนี้ อะไรๆมันจะดิ่งลง เพราะ Mindset อย่างงี้ของท่านน่ะแหละ วิธีการบริหารแบบศักดินาบัญชาการน่ะ มันเพิ่มรายได้ได้แค่ช่วงแรกๆเท่านั้นและ แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ ดิ่งลงเรื่อยๆ...แถมคนที่เก่งๆในองค์กรพาลจะเซย์กู๊ดบายกันหมดแล้ว)

3. ระบบงานที่เอื่อยเฉื่อยสายการบังคับบัญชายาวแบบ Red tape และนโยบายขององค์กรที่ไม่ชัดเจนซะที (หรือเพราะกำลังจะถูกต่างชาติ Take over เลยไม่คิดจะแก้ไข? จะรอให้เกิด Early Retirement ก่อนรึไง ขอบอกก่อนนะว่าถ้าถูก Take over แล้วมีการปลดพนักงานน่ะ กลุ่มเสี่ยงคือพวกผู้บริหารที่เงินเดือนสูงๆ แต่ Productivity กลับต่ำน่ะแหละ)

4. ความโหลดของงานมาก แต่วันหยุดพักร้อนที่ให้ดันน้อย แค่ไม่ถึง 1 อาทิตย์ต่อปี แถมไม่สะสมข้ามปี จะให้ไปไหนได้ซักเท่าไหร่ ? แถมด้วยแพ๊คเกจเสริมอย่าง...ห้ามลาติดกันยาวๆ + ห้ามลาในช่วงที่ติดกับวันหยุดนักขัตฤกษ์อย่างปีใหม่ หรือสงกรานต์(เพราะสงวนไว้ให้ผู้บริหารลาไปพักผ่อนเพื่อคุณภาพชีวิตของระดับผู้บริหาร) แถมบางทีช่วง workload ห้ามไม่ให้ตรูลาอีก คิดไงเนี่ย โอ้ว...พระเจ้า นี่บรรดาพนักงานอย่างเดี๊ยนกลายเป็นอีเย็นไปแล้วเหรอคะ

(หมายเหตุ: อีเย็นคือตัวเอกของละครเรื่องนางทาส แสดงโดยมนฤดี ยมาภัยสมัยยังเอ๊าะๆ ซึ่งบ่งบอกวัยของผู้ที่ได้ดูได้เป็นอย่างดี)

//แฮ่กๆๆ...บ่นแล้วเหนื่อย...เบรคไปกินน้ำก่อน...//

อย่างที่ว่า ปัญหาหลักๆ มันดูว่ามีแค่4 ประเด็น แต่ไอ้ 4 ประเด็นนี่มันเป็นประเด็นสำคัญด้วยสิคะท่าน ทำให้ขวัญกำลังใจที่มีมันฝ่อลงๆทุกที ถึงเงินเดือนที่ได้มันจะอยู่ในระดับที่โอเคก็เหอะ แต่มันก็เหนื่อยกายและใจมาก จนตาชั่งที่ถ่วงระหว่างความอยากได้ตังค์ กับความสุขและอิสระในชีวิตตรูมันเริ่มเอียงมาอันหลังแบบมากขึ้นๆ ทุกที

บางทีเครียดมากๆ คิดอยากจะลาออกมานอนตีพุงอยู่บ้านให้รู้แล้วรู้รอดเหมือนกัน แต่ก็นะ...ไม่อยากรบกวนที่บ้านมากไปกว่านี้แล้ว ตอนนี้จะปาเข้าไปที่....(ไม่อยากพูด ตัวเลขมันทำให้เสียขวัญ)แล้วก็รบกวนเขามาตั้งแต่เด็กจนเรียนจบ แถมตอนเรียนโทที่ NZ ก็ไม่ได้ออกเงินเองเลยซักบาท สรุปว่าเลยอยากหางานใหม่ให้ได้ก่อนออกจากงานปัจจุบัน ถึงว่าเศรษฐกิจตอนนี้มันจะเริ่มทรุดจนงานหาดีๆ ได้ค่อยข้างยากก็เหอะตัวเองทำ HR รู้เรื่องนี้ดีอยู่แก่ใจ T-T

ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณเพนน์หลายๆที่แนะนำงานแปลของ MIR ช่วยเพิ่มรายได้ให้เป็นอย่างมาก แท้งกิ้วหลายๆ เค่อะ อย่างน้อยรู้สึกว่างานพิเศษที่ทำถึงรายได้มันจะไม่แน่นอนเหมือนงานประจำ แต่ทำแล้วกลับสุขใจกว่าเยอะ + เพิ่มเงินสะสม และPocket Money เผื่อจะไปเยี่ยมคุณได้ด้วยอีกอย่าง คิดถึงร้าน Animate และร้านขายโดจินที่อิเคะ คิดถึงอาหารและขนมสารพัดอย่างที่คุณเพนน์ชอบเอามายั่วในบล็อคอยู่ได้ โอ้ย...อยากๆๆๆ (ไปมั้ยนุ่น ไปมั้ยๆๆๆ อยากไปอ่ะ ถึงช่วงนี้จะงกเงินก็เหอะ)

ตอนนี้อยากไปเที่ยวคลายเครียดมากๆ ว่าจะลากเพื่อนไปเที่ยวทะเลบางแสน + สวนสัตว์เขาเขียว ช่วงวันหยุดยาวฉลองครองราชสมบัติของในหลวงท่าน เผื่อจะได้เห็นโลกสดใสเหมือนเดิมบ้าง + ช่วยบรรเทาโรคเส้นยึด กะไมเกรนได้ซะที

- ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ตัดสินใจอ่าน และทนอ่านมาได้จนจบ คุณเยี่ยมมากเค่อะ... -_- b

/ยังไงก็เจอกัน entry หน้า เมื่อเราทุบไหดองใหม่แตกได้นะเคอะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เหอะๆ ฟังแล้วเหมือนเดี๋ยวนี้บริษัทที่ไหนๆก็ไม่ค่อยดี ไอ้บรรษัทภิบาลมันไม่จริงเลยเน้ออออ
พวกผู้บริหารที่เอาแต่กินเงินเดือนนี่มันก็ช่าง...
เห็นด้วยกับที่ว่าจริงๆแล้วบางบริษัทมันก็กวยตี๊นกวนตีน อยากได้พนักงานดีๆแต่ดันไม่ลงทุน พี่ชายที่อยู่เกี่ยวๆกะมือถือก็เคยเล่าให้ฟังว่าพวกบริษัทเครือข่ายมือถือมันก็บ่นว่าอยากได้คนมาทำเป็นเหมือน supervisor แต่เวรกรรมมากๆ เงินเดือนให้ติ๊ดนึง ใครเขาจะอยากมาทำ เป็นนักเขียน free lance เดือนนึงยังได้เยอะกว่าเลย
ยังไงท่านพี่ก็พยายามเข้านะคะ อย่าหักโหมมากไปล่ะ เดี๋ยวป่วยก่อนได้ไปญี่ปุ่นนะคะ อิอิ
#1  by  wassery_harp At 2006-05-21 12:32, 
อูว ผึ้งเข้าใจค่ะพี่อิ๊บ พี่บ่นเหมือนพี่สาวผึ้งประมาณ 70 เปอเลยแหละ อุ อนิเมท อิเคะ อาหารและขนม.....(พี่อิ๊บอยากได้ล่ามมั้ยคะ เอาป่ะๆ) ตอนนี้ผึ้งก็กำลังสุขใจกะฟรีแลนซ์แต่รำคาญคนที่บ้านที่มาเร่งให้ทำงานประจำ ก็หนูไม่เหมาะกะงานประจำนิ ถ้าเป็นไปได้อยากไปปล่อยแก่ (แกแก่แล้วเรอะ) แถวคิโนะ โตเกียวโด ร้านขนม ร้านอาหาร ไว้ไปคาราโอเกะที่บิ๊คเอ่คโค่แก้เครียดกันมั้ยคะ ผึ้งมีบัตรลดพอดีเลยอิอิ
#2  by  rin At 2006-05-21 19:17, 

<< Home