555 ไม่ได้อัพบล็อคมานาน มาพร้อมกะเพลงลูกทุ่งบาดใจคนโสดเลยแฮะ...
เมื่อไม่กี่วันนี้ ได้มีโอกาสไปงานแต่งงานของเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทมา หลังจากที่ห่างหายจากงานแต่งงานมาพักนึง เจ้าสาวสวยมากๆ งานแต่งน่ารักดี จัดสถานที่ก็สวย Concept ในงานก็ดี เป็นอีกงานที่รู้สึกประทับใจ (แต่เสียอย่างเดียวช่วงนี้อ้วนขึ้น ใส่ชุดไปงานแล้วอืด อึดอัด 555 ไม่ไหวๆ ต้องลดไขมันส่วนเกินบ้างแล้ว)
ว่าแต่...พอมาคุยกันกับเพื่อนแล้วถึงจะไม่ได้อยากแต่งกะเขาเหลือเกินแบบในเพลง แต่เอ...มานึกๆดูแล้ว งานนี้เราก็เป็นแขกรับเชิญอีกแล้วเนอะ ไม่มีวี่แววจะได้เป็นเจ้าของงานกันซะที แถมตอนนี้คนใกล้ตัวก็เริ่มแต่งงานแต่งการกันอีกแล้ว คงเพราะเข้าสู่ช่วงของการลงปักฐานกันแล้วกระมัง...แต่เหล่าว่าที่สมาชิกเมืองคานส์ก็ยังอยู่กันอย่างมีความสุขดีเหมือนเดิมนะ ^^"
แล้วก็ย้อนมานึกถึงเรื่องประสบการณ์ประทับจิตในงานแต่งงานของเพื่อนสนิทจากการที่บังเอิญคว้าดอกไม้เจ้าสาวได้ (จริงๆ แล้วไปยืนๆ อยู่ในดงคนรอดอกไม้เล่นๆ แต่ไอ้เจ้าสาวมันเล่นโยนลงกลางกบาลเลย ก็เลยจำต้องรับ) เมื่อกี่ปีแล้วนะ เออ....3 ปีก่อน เขาว่าคนที่ได้รับช่อ จะได้แต่งเป็นรายต่อไปใช่ไหม 555 แต่ผ่านมา 3 ปี ก็ยังไร้วี่แววอยู่เหมือนเดิม อย่าว่าแต่งานแต่งเล้ย ว่าที่เจ้าบ่าวยังไม่เกิดเลยมั้ง (ฮา...) แล้วมันก็เลยได้เป็นตราบาปให้เพื่อนๆ แซวกันอยู่ร่ำไปเมื่อมีงานแต่งงานทุกครั้งว่า "แล้วเมื่อใดจะถึงงานแก? ปล่อยไปอย่างงี้ตำนานดอกไม้เจ้าสาวหมดความขลังกันพอดี..." อ้าว...ช่วยไม่ได้นี่หว่าที่คนที่รับได้ ดันเป็นจอมแหกคอกหนึ่งในว่าที่สมาชิกเมืองคานส์อย่างข้าพเจ้านี่นา อะไรๆ มันก็เลยไม่เป็นไปตามกฎ ตามตำนานอย่างนี้แหละเน่อ ^^
ซึ่งณ ปัจจุบันนี้ เจ้าสาวตัวดี ซึ่งเป็นคนแรกในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ขายออกไปแล้วคนนี้กำลังจะมีลูกคนที่สอง แล้วกลางปีนี้เพื่อนอีกรายที่ไม่ใช่สมาชิกทีมคนโสดก็จะแต่งงาน โอ้ว...อะไรกันนี่ เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆนะ ^^"
ว่าแล้วกับเพื่อนๆ ที่เหลือในสต็อค แต่ละคนก็เฉียดจะได้ร้องเพลง 30 ยังแจ๋วกํนอยู่แล้ว หรือบางคนโชคดี (?) กว่าเพื่อนก็ได้ร้องไปแล้ว ก็ได้แต่หันมองหน้ากันทำตาปริบๆ แล้วสรุปกันว่าพวกเรานี่เข็นขายออกคงยากแล้วแฮะ ก็แต่ละคนน่ะ เล่นโหด ดุกันซะขนาดนี้ คงต้องรอรถไฟสายด่วนพิเศษเที่ยวสุดท้ายตกรางแล่นมาทับแล้วละมั้ง 555
/ รอไปเป็นแขกรับเชิญในงานแต่งของเพื่อนรายต่อไป
ปล. คุณเพนน์ก๊าบ Tag รออีกนิดนะจ๊ะ...ไม่ลืมหรอก